ประวัติความเป็นมาของกรมกิจการพลเรือนทหารบก

กรมกิจการพลเรือนทหารบก ได้ถือกำเนิดขึ้นในกองทัพบก เมื่อ วันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๒๕ โดยมีฐานะเป็นกรมฝ่ายเสนาธิการ กรมหนึ่ง ขึ้นตรงต่อกองทัพบก เป็นกรมที่มีขอบเขต การปฏิบัติ งานที่กว้างขวางครอบคลุมงานด้านการเมือง การปกครอง การเศรษฐกิจ การสังคมจิตวิทยา และ การประชาสัมพันธ์

ปัจจุบันประเทศที่กำลังเร่งพัฒนาในทุก ๆ ด้าน มีความต้อบงการมความสามัคคีของคนในชาติ และความสงบเรียบร้อยเป็นหลัก ซึ่งทั้งสองประการนี้จะยังเกิดขึ้นได้ก็เมื่อทุกีนในชาติมีความเข้าใจ เชื่อถือ ศรัทธาในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข มีแนวคิดที่ ถูกต้องไปในแนวทางเดียวกัน และปฏิบัติตัวให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมและประเทศชาติ งานกิจการพลเรือนได้มุ่งดำเนินการต่อปัจจัยนี้ โดยได้ดำเนินการต่อประชาชนผู้หลงผิดหนีไปอยู่ ในป่าให้วางอาวุธกลับมามอบตัวต่อรัฐบาล และหยุดการต่อสู้ด้วยอาวุธ หันมาต่อสู้ในทางสันติวิธี ตามแนวทางของรัฐสภา ซึ่งการดำเนินการในเรื่องนี้ได้ประสบผลสำเร็จอย่างน่าพึงพอใจมาก ในปัจจุบัน

การวิวัฒนาการของ กรมกิจการพลเรือนทหารบก

งานด้านกิจการพลเรือน ได้ปฏิบัติกันมาตั้งแต่มีกองทัพไทย ดังเช่น ในสมัยรัชกาล สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ได้มีการจัดตั้งกรมพระสุรัสวดี ทำหน้าที่คอยดูแล และทำทะเบียนพล ควบคุมการทำบัญชีพล การบรรจุกำลังพลเข้าประจำหน่วย และส่งสำเนาการบรรจุกำลังพลเหล่านั้น ไว้ตั้งแต่ยามปกติ เมื่อเกิดสงคราม กรมการเมือง จะเรียพลเข้าประจำหน่วย ทันที ต่อมาเปลี่ยนชื่อ เป็น กรมสัสดี จะเห็นได้ว่า เจ้าหน้าที่สัดดี เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารคนแรก ที่ปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่พลเรือนและสัมผัสกับประชาชน พ.ศ.๒๕๐๓ กองทัพบกได้จัดตั้ง กรมการกำลังสำรองทหารบก รับผิดชอบงาน การปลูกฝัง อุดมการณ์ทางการเมืองและการช่วยเหลือประชาชน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานกิจการพลเรือน ส่วนงานการปฏิบัติการ จิตวิทยา อยู่ในความรับผิดชอบของกรมยุทธการทหารบก และงานการประชาสัมพันธ์ อยู่ในความรับผิดชอบของ สำนักงานเลขานุการกองทัพบก เป็นต้น

กองทัพบกได้เล็งเห็นความสำคัญ ในการให้ความร้ในด้านการเมือง การปกครองที่ถูกต้องแก่คน ในชาติ โดยในชั้นต้นจะเริ่มในกองทัพบกก่อน จึงได้กำหนด "หลักนิยมกิจการพลเรือน" ว่าด้วย การปลูกฝัง อุดมการณ์ทางการเมืองในหน่วยทหาร และส่วนราชการของกองทัพบก ใก้กรมการกำลังสำรองทหารบก รับผิดชอบ ทางสายวิทยาการ

พ.ศ.๒๕๒๒ งานกิจการพลเรือนได้เป็นที่ยอมรับว่า เป็นงานที่มีความสำคัญยิ่ง กองทัพบกจึงได้ กำหนดให้มีการจัดตั้งหน่วยงานนี้ ในระดับหน่วยรอง คือ ระดับกองทัพภาคได้มีการจัดตั้งกองกิจการพลเรือน ทำหน้าที่ฝ่ายอำนวยการ (สธ.๕) และในระดับกองพล ได้จัดตั้งแผนกกิจการพลเรือน (สธ.๕) ทำหน้าที่ฝ่ายอำนวยการ ในสายงานกิจการพลเรือน โดยเฉพาะ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ผบ.ทบ. ในขณะนั้น ได้ดำริเห็นว่าในระดับ กองทัพบก งานกิจการพลเรือนยังไม่มีกรมฝ่ายอำนวยการใด เป็นผู้รับผิดชอบโดยเฉพาะอย่างแท้จริง ทำให้ประสบ กับปัญหาการประสานงาน การกำหนดนโยบาย การควบคุมกำกับดูแลงานด้านนี้ จึงดำริให้มีการจัดตั้ง กรมกิจการ พลเรือนทหารบก ขึ้น โดย บก.ทหารสูงสุด และกระทรวงกลาโหมเห็นชอบด้วย

พ.ศ.๒๕๓๓-๒๕๒๔ กองทัพบกได้พิจารณาดำเนินการจัดตั้ง กรมกิจการพลเรือน ในรายละเอียด ขอบเขตงานกิจการพลเรือนและหน้าที่ ชื่อภาษาอังกฤษ การแก้ไขพระราชกฤษฎีกา การแบ่งส่วนราชการ และกำหนด หน้าที่ของส่วนราชการกองทัพบก ตราประจำหน่วยกรมกิจการพลเรือนทหารบก

๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๔ ได้รับอนุมัติให้ใช้ชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า "DIRECTORATE OF CIVIL AFFAIRS" คำย่อว่า "DOCA" ถ้าใช้กับหน่วยนอก ทบ. หรือกับต่างประเทศ ก็ให้เพิ่มคำเต็ม "ROYAL THAI ARMY" หรือคำย่อว่า "RTA" ต่อท้าย

ตามราชกิจจานุเบกษา ฉบับพิเศษ เล่มที่ ๙๘ ตอนที่ ๔๓ ลงวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๒๔ ประกาศใช้ พระราชกฤษฎีกาการแบ่งส่วนราชการกองทัพบก กองบัญชาการทหารสูงสุด กระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ ๖) พ.ศ.๒๕๒๔ ได้จัดตั้งกรมกิจการพลเรือน โดยกำหนดให้เป็นส่วนราชการขึ้นตรงต่อ ทบ. มีหน้าที่รับผิดชอบในงานด้านกิจการ พลเรือน งานการเมืองในหน่วยทหาร เพื่อให้การปฏิบัติงานของ ทบ. ดำเนินไปด้วยดี และมีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้น

พ.ศ.๒๕๒๕-๒๕๒๗ กองทัพบกได้ออกคำสั่ง จัดตั้งกรมกิจการพลเรือนทหารบกขึ้น เมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๒๕ และตาม อฉก.หมายเลข ๑๗๐๐ (๒๗ พ.ย.๒๔) ใช้นามหน่วยโดยย่อว่า "กร.ทบ." และใช้ เครื่องหมายสังกัด "กร." มี พลตรี วิชิต บุญยะวัฒน์ เป็นเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบก มีที่ตั้งปกติชั่วคราว อยู่ในบริเวณ ศาลาว่าการกระทรวงกลาโหม กรุงเทพมหานคร

ปัจจุบัน กรมกิจการพลเรือนทหารบก ได้เคลื่อนย้ายเข้าประจำ อยู่ในบริเวณ กองบัญชาการ กองทัพบก ถนนราชดำเนินนอก เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

ตราประจำหน่วย ของ กรมกิจการพลเรือนทหารบก

กรมกิจการพลเรือนทหารบก ได้รับการจัดตั้งเป็นส่วนราชการหนึ่งของกองทัพบก มีตราประจำหน่วย เช่นเดียวกับส่วนราชการอื่น ๆ ของรัฐ โดยตรงตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับพิเศษ เล่มที่ ๑๐๑ ตอนที่ ๑๑๔ ลง ๓๐ ส.ค.๒๕๒๗ เป็นเทพเจ้าองค์หนึ่งบรรจุในวงกลม ภายในรอบวงกลมนอก ด้านบน มีอักษรว่า "กรมกิจการพลเรือนทหารบก" และด้านล่าง มีอักษร ภาษาอังกฤษว่า "DIRECTORATE OF CIVIL AFFAIRS" เทพองค์นี้ มีนามว่า "ท้าวศักรินทร์" คำว่า "ศักรินทร์" เป็นนามหนึ่งของ พระอินทร์ผู้เป็นใหญ่ ประทับนั่งบนแท่นทองห้อยพระบาทข้างขวา พระหัตถ์ขวาทรงจักรแก้ว พระหัตถ์ซ้ายทรงอาวุธศรวิเศษ ชื่อ ศักรธนู ไว้ปราบศัตรู มีพระวรกายสีเขียว เทพองค์นี้ มีประวัติความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับมนุษย์อย่างมากตามหลักฐานทางศาสนา และวรรณคดี ปรากฎว่า มีหน้าที่คอยช่วยเหลือ เกื้อกูล ผู้ประสบความทุกข์ร้อน ซึ่งเปรียบได้กับนักสังคมสงเคราะห์ในปัจจุบัน จึงตรงกับ ภารกิจของกรมกิจการพลเรือนทหารบก ปัจจุบันเขียน ชื่อตราประจำหน่วย กร.ทบ. จาก "ท้าวศักรินทร์" เป็น "ท้าวสักรินทร์" นายกราชบัณฑิตยสถาน ได้มีหนังสือถึง กร.ทบ. ที่ รก ๐๐๑/๓๐๙ ลง ๗ ธ.ค.๒๕๔๔ ยืนยันการเขียนชื่อตราประจำหน่วยของ กร.ทบ. ที่ถูกต้อง และเป็นไปตามหลักการใช้ภาษาว่า "ท้าวศักรินทร์"